15 49.0138 8.38624 1 0 4000 1 https://www.cook4thai.com 300
วิธีทำน้ำตำลึงมะนาว

วิธีทำ น้ำตำลึงมะนาว

สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับดีๆทำน้ำดื่มเพื่อสุขภาพกันนะครับ ไม่แน่ใจว่าหลายคนรู้จักมั๊ย แต่ผมค่อนข้างมั่นใจครับว่า น้อยคนที่รู้จัก สูตรน้ำดื่มเพื่อสุขภาพนี้มีชื่อว่า น้ำตำลึงมะนาว นั่นเอง มีใครรู้จักหรือเคยทำดื่มมั๊ยครับ ส่วนรสชาตินั้นจะเป็นยังไงลองทำตามดูและชิมกันได้เลยครับ แต่ดีต่อสุขภาพของตัวเราเองอย่างแน่นอน

ส่วนผสม วิธีทำน้ำตำลึงมะนาว

  • เครื่องปั่น 1 เครื่อง
  • ตำลึง 50 กรัม
  • น้ำมะนาว 3 ลูก
  • น้ำผึ้ง หรือ น้ำเชื่อม 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำต้มสุก 1 ลิตร ต้องรอให้เย็นก่อน
  • เกลือป่น ใช้เล็กน้อย

วิธีทำ น้ำตำลึงมะนาว

  • ทำความสะอาดใบตำลึงให้เรียบร้อยครับ โดยนำไปล้างน้ำให้สะอาด
  • จากนั้นนำใบตำลึงใส่ลงไปในภาชนะเครื่องปั่น หลังจากนั้นใส่น้ำต้มสุกลงไป ต้องรอให้เย็นก่อนนะครับ ไม่เอาน้ำร้อน หรือน้ำอุ่น เทลงไปในเครื่องปั่นเลย
  • หลังจากนั้นปิดฝาเครื่องปั่นให้สนิทครับ แล้วปั่นให้ละเอียดเลย เพื่อหลังจากปั่นเสร็จแล้วเราจะต้องนำไปกรองนั่นเองครับ
  • หลังจากที่เราปั่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำผ้าขาวบางมากรองอีกทีครับ เพื่อเราจะกรองเอาแต่น้ำนั่นเอง
  • เสร็จจากการกรองแล้ว ทำการปรุงรสด้วยส่วนผสมเลยครับ น้ำมะนาวลงไป น้ำผึ้งใส่ลงไป หรือจะเป็นน้ำเชื่อมก็ได้ และใส่เกลือลงไปนิดหน่อย แล้วคนให้เข้ากัน
  • เสร็จแล้วก็ดื่มได้เลยครับ หรือจะนำไปแช่เย็นก่อนก็ได้

ประโยชน์ของ น้ำตำลึงมะนาว

  • จะมีวิตามินเอที่สูงมากๆ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาของคนเราได้เป็นอย่างดี ไม่เสียคุณค่าของวิตามินเอไปเลยแม้แต่น้อย ว๊าว!
  • วิตามินซีสูงมากเช่นกัน ซึ่งจะช่วยป้องกันเลือดออกตามไหล่ฟันได้เป็นอย่างดี และป้องกันโรคต่างๆที่วิตามินซีช่วยป้องกันได้
  • มีฟอสฟอรัส แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกของเราให้แข็งแรง

สรุป

เราสามารถทานได้ทุกวันครับ ทว่าเรื่องรสชาตินั้น หวานเป็นลมขมเป็นยาครับ แต่อย่างไรก็ตามดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอซึ่งจะช่วยบำรุงสายตาของเรามองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น วิตามินซีป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆสุดยอดไปเลย รวมไปถึงแคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกของเรา เหมาะแก่ผู้สูงวัยเลยครับ ในยุคนี้เพื่อสุขภาพที่ดี Healthty life จัดไปเลยครับอย่าให้เสีย เด็ดแน่นอน

บทความโดย: Cook4thai.com
อ้างอิงสูตรจาก: youtube.com

Share:
PREVIOUS POST
วุ้นในตาเสื่อม
NEXT POST
สุขภาพตา การใช้สมาร์ทโฟน